ปวดคอ

ปวดคอ exerlab

ปวดคอ

ปวดคอ ในแต่ละบริเวณ บ่งบอกถึงสาเหตุที่แตกต่างกันออกไป ในวันนี้เราจะมาแบ่งปันกันว่า ปวดคอแต่ละส่วน และแต่ละอาการ เกิดจากอะไร อันตรายแค่ไหน และแก้ไขอาการเบื้องต้นอย่างไรได้บ้าง 

  • ปวดคอ ท้ายทอย
  • ปวดคอเหมือนตกหมอน
  • ปวดคอแปล๊บๆ
  • ปวดคอท้ายทอยบวม
  • ปวดคอลงหลัง
  • ปวดคอ เงยหน้าไม่ได้
  • ปวดคอด้านหน้า

ปวดคอ ท้ายทอย

อาการปวดบริเวณท้ายทอย

 คือ บริเวณของกลุ่มกลุ่มเนื้อที่ช่วยในการเงยคอ ชั้นลึก เรียกว่า Suboccipital ในบริเวณนี้ มักพบอาการตั้งรั้งได้บ่อยในพนักงานออฟฟิศ ที่นั่งทำงานหน้าจอนานๆร่วมกับมีหลังค่อม คอยื่น ทำให้เกิดการกดทับของกล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอย และกระดูกคอส่วนบนได้าการที่พบมักจะมีตั้งแต่ ปวดคอ เงยหน้าไม่ได้ ปวดร้าวกระบอกตา ปวดหัวไมเกรน หรือถ้ามีการอักเส็บสูง อาจเกิด ปวดคอ ท้ายทอย บวม ทางที่ดีถ้าอาการเรื้อรังและกระทบกับกิจวัตรประจำวันสูงแนะนำพบแพทย์หรืออนักกายภาพบำบัด ไม่ควรปล่อยไว้นาน 

 

สาเหตุของอาการ ปวดคอ ท้ายทอย

 เกิดการกดทับกล้ามเนื้อท้ายทอย เกร็งค้าง ทำให้การไหลเวียนเลือดคั่งค้างบริเวณที่เกิดแรงกดทับ ทำให้เกิด กรดแลคเตส สะสม ซึ่งสาเหตุอาการ ปวดท้ายทอย มักจะเกิดจาก กิจวัตร ความเคยชิน ตาม ปัญหาสรีระ ของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็น ไหล่ห่อ หลังค่อม คอยื่น สะสมบางรายอาจเกิดอาการ ปวดคอ ปวดไหล่ ไหล่ติด ร่วมกัน

วิธีแก้ไขเบื้องต้น 

  • หยุดพักกิจวัตรลงสักครู่ ปรับเปลี่ยนอริยบถ ลุกเดิน ยืดเหยียด 
  • ประคบเย็นครั้งละ 10-15 นาที หลังเกิดอาการ 1-2 วัน 
  • เริ่มกายฝึก ท่าบริหารคอ บ่า ง่ายๆ ลดการตึงรั้ง
  • หลังจาก 3 วันเริ่มประคบอุ่น 15-20 นาที บริเวณท้ายทอย กระตุ้นการหมุนเวียนเลือด ลดการตึงกล้ามเนื้อ
  • หาก 3-7 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น แนะนำพบนักกายภาพ หรือพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุเพิ่มเติม

หรือ ขอรับคำปรึกษาเบื้องต้นฟรี!! คลิ๊ก

 

การป้องกันในระยะยาว

  • ปรับระดับกิจวัตรในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น เริ่มต้นไม่จำเป็นต้อง โยคะ 1ชั่วโมง เข้ามยิม ยกเหล็ก หรือเข้าคอร์สนวดมาราธอน แต่ปรับเพิ่มเป็น ปรับเปลี่ยนอริยบถทัก 1 ชั่วโมง ลุกเดิน ยืดเหยียดเบาๆ เดินขึ้น-ลงบันได 1-2 ชั้น ทดแทนการใช้ลิฟต์ เพื่อเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายระหว่างวัน
  • ปรับสรีระ (Posture) ทีละน้อยด้วยการออกกำลังกาย เพราะสรีระเป็นสิ่งที่ร่างกาย พัฒนาจากความถนัด ความแข็งแรงกล้ามเนื้อ และทักษะการเคลื่อนไหวที่สะสมมาตั้งแต่เด็ก จึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้จากการ พยายามปรับสรีระ นั่งตัวตรง คอไม่ยื่น เพราะอาจจะทำให้เกิดการตึงรั้งเพิ่มขึ้นได้
  • ออกกำลังกายหลากหลายอย่างเหมาะสม ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องยืดเหยียด โยคะ full course เข้ายิมยกน้ำหนัก หรือออกไปวิ่งบนลู่วิ่งเป็นชั่วโมง  เพื่อแก้ไขอาการปวดคอ ท้ายทอย แต่สามารถเริ่มการออกกำลังกายได้โดย ยืดเหยียด ขยับข้อต่อ อย่างเหมาะสมต่อเนื่อง 5-10 นาทีต่อวัน จะยืดตอนเช้า ตอนเย็น ก่อนนอนก็ได้ จะได้ผลดีกว่าการยืดๆ หยุดๆ ในระหว่างวัน และแนะนำกระตุ้นกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ และหลังเพื่อ ลดปัญหาการตึงรั้งของกล้ามเนื้อโดยรอบ ทำให้อาการตึงรั้ง ปวดคอ ท้ายทอย
  • ปรับโต๊ะทำงาน ให้เหมาะสมกับสรีระและการใช้งาน เช่น คนถนัดซ้าย ปวดคอด้านซ้าย มักจะมีปัญหากับโต๊ะทำงาน ที่มี คีบอร์ด หรือ เมาส์ ที่ถูกจัดสำหรับคนถนัดขวา  อาจจะทำให้เกิดการเอียงของศีรษะ บิดลำตัวขณะนั่งทำงาน ทำให้เกิดอาการ ปวดคอ เรื้อรังมากกว่า

 

ปวดคอเหมือนตกหมอน  หรือเรียกง่ายๆว่า คอเคล็ด

อาการคอเคล็ด ปวดคอ นอนตกหมอน

 สามารถเกิดได้ทั้งหลังตื่นนอน หรือหลังทำงาน โดยจะมีอาการ ปวดคอแปล๊บๆ ดึงร้าวๆ เมื่อพยายามหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง ปวดคอ เงยหน้าไม่ได้ ถูกจำกัดการเคลื่อนไหวขอคอด้วยอาการเจ็บ ทำให้หันศีรษะไม่ได้ อาจพบอาการคอเอียงร่วมด้วย 

 

สาเหตุของอาการ คอเคล็ด ปวดคอนอนตกหมอน 

จริงๆแล้วสามารถเกิดได้หลายสาเหตุ เพราะ อาการคอเคล็ด เกิดจาก การเกร็งค้างของกล้ามเนื้อ ป้องกันการบาดเจ็บฉีกขนาดเพิ่มเติม ของกล้ามเนื้อ และโครงสร้างโดยรอบของลำคอไม่ว่าจะเป็น ข้อต่อ เส้นประสาทบริเวณคอ รวมถึงหมอนรองกระดูกคอ  การเกร็งค้างเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหว ที่ทำให้เกิด อาการ คอเคล็ด ปวดคอแปล๊บๆ นี้ ศัพท์เทคนิค เรียกว่า Muscle Guarding หรือ กล้ามเนื้อเกร็งค้าง ป้องกันอัตรายจากการเจ็บเพิ่ม โดยมักจะเกิดอาการเมื่อ กล้ามเนื้อโดยรอบทำงานอย่างไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุจาก

  • การนอนหลับ แล้วหมอนไม่พอดีศีรษะ หมอนสูงเกินไป ต่ำเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อถูกกด หรือเกร็งค้างติดต่อกันหลายชั่วโมงในขณะที่เรานอนหลับนั่นเอง เมื่อตื่นขึ้น เริ่มมีการเคลื่อนไหว ทำให้รูสึก ปวดคอเหมือนตกหมอน หัวศีรษะไม่ได้ ปวดคอ เงยหน้าไม่ขึ้น เป็นต้น
  • การสะบัดคอแรงๆ จากความเคยชิน หรืออุบัติเหตุ อาจทำให้รู้สึก ปวดคอแปล๊บๆ ได้ หรือบางครั้งหากมีการรบกสนเส้นประสาทร่วมด้วย อาจจะส่งผลให้เกิด อาการ ปวดคอร้าวไปไหล่ หรือ คอเคล็ด ปวดไหล่ ร่วมกัน
  • การนวด หรือบิดศีรษะ ในมุมอาจที่อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือเรียกว่า ผิดท่า บางท่านอาจจะเกิดอาการ ปวดคอ นอนตกหมอน หลังนวดคลายกล้ามเนื้อ เพราะหากถูกกดคลายกล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป “คลายมากเกินไป” ทำให้เกิดการสูญเสียความตึงตัว ของกล้ามเนื้อมากขึ้น เพื่อรักษาความตึงตัวกลับเคลื่อนไหวร่วมกับกล้ามเนื้ออื่นได้ปกติ
  • นั่งทำงานท่าเดิมนานๆติดต่อกันหลายชั่วโมง ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม

ซึ่งอาการคอเคล็ดมักเป็นอาการเฉียบพลัน ที่อาจเพิ่งเกิด หรือเกิดจากปัญหาที่เรื้อรัง 

วิธีบรรเทา อาการคอเคล็ด เฉียบพลัน จึงเป็นการลดอาการปวดคอด้วยการ ลดการอักเสบใน 1-2 วันแรก โดยการประคบด้วยเจลเย็น แผ่นเย็นลดอักเสบ 10-15 นาที ต่อวัน 

ฝึกก้มศีรษะ หรือหันในมุมเล็กๆกระตุ้นกล้ามเนื้อให้กลับมาทำงานทีละน้อย ในมุมที่ไม่กระตุ้นอาการปวด

ไม่แนะนำให้ยืด หรือ กดนวดที่กล้ามเนื้อที่ปวดโดยตรง เพราะ อาจทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้นได้ 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *